CHEF PATHWAY TO PR: เรียนทำอาหารอย่างไรให้ได้พีอาร์

อัปเดตเมื่อ 18 ส.ค. 2564




วงการอาหารนานาชาติกำลังเฟื่องฟูเป็นอย่างยิ่งในประเทศออสเตรเลียและทั่วโลก ทำให้มีการจ้างงานในสาขาอาชีพทำอาหารเพิ่มขึ้น นักเรียนนานาชาติจำนวนมากจึงเลือกมาเรียนการทำครัวเชิงธุรกิจ (Commercial Cookery) และศิลปะการทำอาหาร (Culinary Arts) ที่ประเทศออสเตรเลีย


ขั้นตอนการเรียนทำอาหารเพื่อให้ได้พีอาร์ มีดังนี้


  1. เลือกเรียนหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก CRICOS

CRICOS หรือ Commonwealth Register of Institutions and Courses for Overseas Students คือ สถาบันและหลักสูตรที่ได้รับรองจากรัฐบาลออสเตรเลียให้ทำการสอนนักศึกษาต่างชาติด้วย ถ้ามีการรับรองแสดงว่าสถาบันมีความน่าเชื่อถือได้นั่นเอง


น้องๆ สามารถเช็คได้ว่าหลักสูตรที่เราสนใจได้รับการรับรองจาก CRICOS หรือไม่โดยเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ “https://cricos.education.gov.au/Course/CourseSearch.aspx


2. สมัครประเภทวีซ่าสำหรับเชฟที่สามารถขอ PR ได้


ทางเลือกวีซ่าที่น้องๆ สามารถไต่ไปสู่ PR ได้ มีดังต่อไปนี้ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ประกอบด้วย

น้องๆ สามารถสมัครวีซ่าดังต่อไปนี้หลังเรียนจบหลักสูตรดิพโพลม่า

  • สมัคร Graduate Visa (subclass 485)

  • สมัคร Training Visa (subclass 407)

  • สมัคร Employer-Sponsored Visa โดยต้องมีประสบการณ์ทำงานร่วมด้วย

  • สมัคร General Skilled Migration


Graduate Visa (subclass 485)

  • อายุต่ำกว่า 50 ปี

  • คะแนนรวม IELTS 6.0 ขึ้นไป

  • หลักสูตรที่เรียนมีระยะเวลาอย่างน้อย 92 สัปดาห์เป็นต้นไป

  • ผ่าน skill assessment โดย TRA โดยจะต้องมีการฝึกงานอย่างน้อย 360 กับสถานฝึกงานในออสเตรเลีย

  • ผู้สมัครต้องตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรมผ่าน


Training Visa (subclass 407)

  • วีซ่า subclass 407 เป็นวีซ่าสำหรับการฝึกงาน กับนายจ้างหรือองค์กรที่เขาต้องการจะฝึกเรา

  • ผู้สมัครต้องหาสปอนเซอร์ที่พร้อมจะฝึกงานให้เรา โดยประเภทของการฝึกงานจะต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือด้านเชฟโดยเฉพาะ

  • ผู้สมัครต้องตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรมผ่าน

นายจ้างที่น้องๆ เลือกจะทำงานด้วยนั้นสำคัญอย่างยิ่ง โดยตำแหน่งที่สมัครจะต้องเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก และไม่ใช่ตำแหน่งที่หาคนมาทดแทนได้ง่ายๆ ในร้านอาหาร อาทิเช่น

  • ธุรกิจฟาส์ตฟู้ดหรือ takeaway

  • ธุรกิจ fast-casual (กึ่งฟาส์ตฟู้ด กึ่งร้านอาหาร)

  • ธุรกิจเครื่องดื่มที่ขายอาหารจำกัด

  • ธุรกิจคาเฟ่และร้านกาแฟ

  • ธุรกิจร้านพิซซ่า


บทบาทหน้าที่ของเราในร้านอาหารนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งบทบาทหน้าที่ของเชฟดังนี้

  • วางแผนด้านเมนูอาหาร ประเมินราคาอาหารและค่าจ้างพนักงาน รวมถึงสั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร

  • ประเมินคุณภาพอาหารทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมไปจนถึงหน้าตาของอาหาร

  • พูดคุยกับผู้จัดการร้านอาหาร นักโภชนาการ และพนักงานในร้านถึงเรื่องปัญหาต่างๆ ในการจัดเตรียมอาหาร

  • สาธิตเทคนิคและขั้นตอนในการปรุงอาหาร

  • จัดเตรียมและปรุงอาหาร

  • ควบคุมความสะอาดเรียบร้อยภายในร้านอาหาร

  • คัดเลือกและฝึกสอนพนักงาน


Employer-Sponsored Visa

หากน้องๆ ท่านใดสามารถหานายจ้างที่สปอนเซอร์ PR ได้ น้องๆ ก็อาจจะสมัครวีซ่าประเภทดังต่อไปนี้ได้


TSS Visa (subclass 482):

  • ต้องได้คะแนน IELTS ขั้นต่ำ 5.0

  • มีประสบการณ์เป็นเชฟอย่างน้อย 2 ปี

  • ได้รับค่าจ้างอย่างน้อย AUD $53,000 ต่อปี และค่าจ้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานตลาดแรงงาน

  • สมัคร skills assessment


Employer-Sponsored (subclass 494) - Regional

  • อายุต่ำกว่า 45 ปี

  • มีประสาบการณ์เป็นเชฟอย่างน้อย 3 ปี

  • ผ่าน skills assessment

  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

  • ตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรมผ่าน

  • หลังจากได้รับวีซ่าตัวนี้แล้ว 3 ปี น้องๆ ก็จะสามารถสมัคร PR ได้ผ่านวีซ่า 191

Employer-Sponsored (subclass 186) - TRT

  • อายุต่ำกว่า 45 ปี

  • มีประสาบการณ์เป็นเชฟอย่างน้อย 3 ปี

  • ผ่าน skills assessment

  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

  • ตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรมผ่าน


Direct Entry Stream (subclass 186)

  • อายุต่ำกว่า 45 ปี

  • มีประสาบการณ์เป็นเชฟอย่างน้อย 3 ปี

  • ผ่าน skills assessment

  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

  • ตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรมผ่าน


General Skilled Migration

วีซ่าย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะ (General Skilled Migration) คือวีซ่าที่ออกให้สำหรับอาชีพที่มีทักษะและมีส่วนพัฒนาประเทศให้อาศัย และทำงานในออสเตรเลียได้เต็มเวลา Full-Time โดยไม่ต้องมีนายจ้างสนับสนุน เพื่อให้มีคุณสมบัติในการขอวีซ่าประเภทนี้ ผู้สมัครจะต้องเรียน และทำงานในสายงานที่อยู่ในรายชื่ออาชีพทักษะ MLTSSL ดังนั้น หากผู้สมัครวีซ่า เรียนหลักสูตร Diploma of Business จะไม่สามารถขอสมัครวีซ่าประเภทนี้ได้ เนื่องจาก อาชีพหลังเรียนจบ ไม่อยู่ในรายชื่ออาชีพทักษะ MLTSSL

นอกจากนี้ ไม่เพียงแค่เรียนจบ และทำงานในสายงานที่อยู่ในรายชื่ออาชีพทักษะ MLTSSL เท่านั้น ผู้สมัครจะต้องผ่านการประเมิน Job Ready Program (JRP) เพื่อประเมินว่าเหมาะสำหรับที่จะได้รับการเสนอชื่อหรือไม่ ซึ่งผู้สมัคร จะต้องมีผลการประเมิน JRP อย่างเป็นทางการจาก TRA ก่อน จึงจะสามารถขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานที่มีทักษะ General Skilled Migration ได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Skilled Independent Visa (189) เป็นวีซ่าย้ายถิ่นฐานถาวรที่มีทักษะทั่วไป อนุญาติให้สามารถประกอบอาชีพ และพำนักในออสเตรเลียได้อย่างถาวร นอกจากนี้ ยังได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานของออสเตรเลีย เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และการเข้าเรียนโรงเรียนรัฐสำหรับบุตร (คลิก เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม)

  • Skilled Nominated Visa (190) เป็นวีซ่าย้ายถิ่นฐานถาวรที่ต้องได้รับการเสนอชื่อโดยรัฐบาล อนุญาติให้สามารถประกอบอาชีพ และพำนักในออสเตรเลียได้อย่างถาวร โดยผู้ที่ถือวีซ่าจะได้รับเสนอชื่อเข้าทำงานในอาชีพที่อยู่ในรายชื่อ State Occupation List (SOL) หากมีการขาดแคลนอาชีพนั้นๆ ซึ่งเมื่อได้รับเสนอชื่อให้ทำงาน Skilled Nominated Visa (190) จะต้องทำงาน และอาศัยอยู่ในรัฐนั้น เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยสิทธิ์ประโยชน์ จะได้รับเช่นเดียวกับ

  • Skilled Independent Visa 189

  • Regional Nominated Visa (491) เป็นวีซ่าย้ายถิ่นฐานที่อาศัยและทำงานในเขตพื้นที่ภูมิภาคของออสเตรเลีย (Regional) หรือพื้นที่ภูมิภาคคือเมืองใดๆ ในออสเตรเลีย ยกเว้นซิดนีย์ เมลเบิร์น หรือบริสเบน โดยผู้ที่ถือวีซ่าจะได้รับเสนอชื่อเข้าทำงานในอาชีพที่อยู่ในรายชื่อ State Occupation List (SOL) หากมีการขาดแคลนอาชีพนั้นๆ วีซ่าประเภทนี้มีระยะเวลา 5 ปี และสามารถขอเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร Permanent Residency ได้ หลังจาก 3 ปีนับจากวันที่ได้รับวีซ่า


*วีซ่าเหล่านี้จะอาศัยการนับแต้ม โดยแต้มต่ำสุดที่ควรจะได้ คือ 65 แต้ม*


1. ช่วงอายุที่ต่างกันจะได้คะแนนต่างกันไปด้วย

  • 18 - 24 ได้ 25 แต้ม

  • 25 - 32 ได้ 30 แต้ม

  • 33 - 39 ได้ 25 แต้ม

  • 40 - 44 ได้ 15 แต้ม

โดยช่วงอายุ 25-32 ปี จะได้ คะแนนสูงสุดคือ 30 แต้ม เพราะรัฐถือว่าเป็นคนที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน มีความสามารถในการส่งเสริมเศรษฐกิจของออสเตรเลียและเสียภาษี


2. ทักษะภาษาอังกฤษดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

  • Proficient English: IELTS 7 (general) each band/OET B หรือเทียบเท่าได้ 10 แต้ม

  • Superior English: IELTS 8 (general) each band/OET A หรือเทียบเท่าได้ 20 แต้ม

  • *Competent English: IELTS 6 (general) each band/OET B หรือเทียบเท่าสามารถสมัคร Skilled Migrant ได้ แต่ไม่มีแต้มให้

3. ประสบการณ์การทำงานจากประเทศอื่น

เงื่อนไข คือ ต้องทำงานเกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับสาขาอาชีพที่ขอ PR และเป็นประสบการณ์หลังจากที่เรียนจบเท่านั้น ทำงาน 20 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ขึ้นไป การนับแต้ม คือ

  • 3 ปี แต่น้อยกว่า 5 ปี ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้ 5 แต้ม

  • 5 ปี แต่น้อยกว่า 8 ปี ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้ 10 แต้ม

  • 8 - 10 ปี ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้ 15 แต้ม

ดังนั้น จดหมายผ่านงาน (work reference) ที่ระบุว่าทำตำแหน่ง หน้าที่ และวันเริ่ม - สิ้นสุดการทำงานวันที่เท่าไรจึงสำคัญมาก

4. วุฒิการศึกษา

โดยวุฒิจากประเทศใหนก็ได้แต่ต้องได้มาตฐานของประเทศออสเตรเลีย นับคะแนนจากการศึกษาที่สูงที่สุด (ไทยได้มาตรฐานของประเทศออสเตรเลียทุกสถาบัน)

  • ปริญญาเอกได้ 20 แต้ม

  • ปริญญาตรี-ปริญญาโทได้ 15 แต้ม

  • Diploma, ปวช-ปวสได้ 10 แต้ม

5. เรียนในประเทศออสเตรเลีย

ไม่ว่าจะลงเรียนหลักสูตรอะไร หากน้องๆ เรียนหลักสูตรนั้นอย่างน้อย 2 ปี (ไม่นับเรียนภาษาอังกฤษ) จะได้ 5 แต้ม

6. สถานะโสด

  • คนโสดได้ 10 แต้ม

  • ถ้ามีคู่ชีวิต ภาษาดี ก็มีส่วนช่วยได้อีก 5 แต้ม


7. ล่าแต้มอื่นๆ เช่น

  • สอบผ่านภาษาต่างประเทศ ที่รับรองโดยระดับผู้เชี่ยวชาญ (NATTI) จะได้ 5 แต้ม

  • โสดจะได้ 10 แต้ม (เพราะรัฐบาลเห็นว่าหากคนสมัครคู่ครองไม่ค่อยมี skill อะไรอาจเป็นภาระได้)

  • Professional Year จะได้ 5 แต้ม (IT, Accounting, Engineering)

  • เรียนที่ประเทศออสเตรเลียในสถาบันที่อยู่พื้นที่ส่วนภูมิภาครอบนอกได้ 5 แต้ม


สำหรับวีซ่า Subclass 190 และ Subclass 491 จะเป็นวีซ่าที่รัฐเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งกฎเกณฑ์ของแต่ละพื้นที่ก็จะแตกต่างกันไปและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นน้องๆ ต้องหมั่นเข้าไปเช็คข้อมูลอยู่เสมอ



Skills Assessments

Provisional Skills Assessment (PSA) เป็นขั้นตอนแรกสำหรับโครงการ Job Ready Program (JPR) วัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของวุฒิการศึกษาในออสเตรเลีย และการจ้างงานในตำแหน่ง สายงานที่ทำในออสเตรเลีย ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้


  1. Provisional Skills Assessment (PSA)

คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • เป็นผู้ถือวีซ่าหลักของวีซ่านักเรียนต่างชาติสำหรับการศึกษาในออสเตรเลีย

  • มีวุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอาชีพที่ทำ และวุฒิการศึกษาจะต้องได้รับการรับรองกับ CRICOS

  • ทำงานในประเทศออสเตรเลียไม่ต่ำกว่า 360 ชั่วโมง โดยสายงานจะต้องเกี่ยวข้องกับวุฒิการศึกษาที่จบ

  • งานที่ทำจะต้องอยู่ในรายการอาชีพเชิงกลยุทธ์ระยะกลางและระยะยาว (MLTSSL) ในรายการอาชีพที่มีทักษะของ Skilled Occupation List

  • จะต้องยื่นขอ PSA ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี


เมื่อเสร็จสิ้นการประเมิน PSA ถึงจะสามารถใช้ผลการประเมินยื่นขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ Temporary Graduate Visa (Subclass 485) หมวดหมู่วีซ่า Graduate Work Stream Visa เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานหลังเรียนจบในประเทศออสเตรเลีย สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรืออนุปริญญา Certificate หรือ Diploma


คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • สำเร็จในหลักสูตรวิชาชีพ Trade Courses หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับทักษะอาชีพขาดแคลน MLTSSL

  • ระยะเวลาหลักสูตรรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 ปี (92 สัปดาห์) และพักอาศัยที่ออสเตรเลีย ไม่น้อยกว่า 16 เดือน

  • ผู้สมัครจะต้องมีผลภาษาอังกฤษ IELTS 6.0 และทุก Band ไม่ต่ำกว่า 5.0

  • ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 50 ปี


2. Job Ready Employment (JRE)

ขั้นตอน Job Ready Employment (JRE) มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การทำงานในออสเตรเลีย เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพให้เชี่ยวชาญ

คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • มีผลการประเมินจาก Provisional Skills Assessment (PSA) เรียบร้อยแล้ว

  • จะต้องทำงานในสายงานในรายชื่อทักษะ MLTSSL เช่น ผู้สมัครอาชีพ Boat Builder จะต้องทำงานในอุตสาหกรรมต่อเรือ หรือ Carpenter และ Joiner จะต้องทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

  • สถานประกอบการจะต้องได้รับการอนุมัติจาก Trades Recognition Australia (TRA)

  • จะต้องทำงานอย่างน้อย 1,725 ชั่วโมงในช่วงเวลาหนึ่งปี

  • จะต้องจัดทำรายงานความคืบหน้า Skills Progress Report (SPR) 6 เดือนหลังจากเริ่มทำ JRE โดยการบันทึกการประเมินตนเองเกี่ยวกับทักษะและกิจกรรมที่ได้ดำเนินการในที่ทำงาน

3. JOB READY WORK ASSESSMENT (JRWA)


Job Ready Workplace Assessment (JRWA) วัตถุประสงค์ของ JRWA คือการประเมินความสามารถในการทำงานในระดับทักษะที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพในสถานที่ทำงานของออสเตรเลีย โดยเมื่อทำงานครบหนึ่งปี จะได้รับการประเมิน เพื่อตรวจสอบหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติที่ได้บันทึกไว้ในรายงานความคืบหน้า Skills Progress Report (SPR) โดยการประเมินนี้ จะได้รับการพิจารณาโดย TRA เมื่อผ่านการประเมินแล้ว จะได้รับ JRWA ซึ่งหมายความว่า ผู้ประเมินมีความพึงพอใจในหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติ

คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • แสดงหลักฐานการจ้างงานที่ได้รับค่าจ้างงานเป็นเวลาอย่างน้อย 863 ชั่วโมง ในช่วงอย่างน้อยหกเดือนนับจากวันที่เริ่ม JRE

  • จัดทำรายงานความคืบหน้า Skills Progress Report (SPR) และรายงานตรวจสอบการจ้างงาน Employment Verification Report (EVR) และหลักฐานอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อยืนยันว่ากำลังปฏิบัติงานจริง

  • ให้นายจ้างลงนามใน EVR

หมายเหตุ: หากเปลี่ยนงานใหม่ จะต้องลงทะเบียนและอนุมัติโดย Trades Recognition Australia นอกจากนี้จะต้องแสดงหลักฐานการจ่ายเงินสำหรับการทำงานอย่างน้อยหนึ่งเดือน


4. JOB READY FINAL ASSESSMENT (JRFA)

Job Ready Final Assessment (JRFA) จุดประสงค์ของ JRFA คือเพื่อรับรองความสำเร็จของ JRP อย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถใช้เพื่อสนับสนุนการสมัครไปยัง Department of Home Affairs สำหรับวีซ่าย้ายถิ่นที่มีทักษะ General Skilled Migration Visa

คุณสมบัติและเงื่อนไข

  • มีผลการประเมิน Job Ready Workplace Assessment (JRWA)

  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดการจ้างงานของ Job Ready Employment (JRE) โดยแสดงหลักฐานการจ้างงานที่ได้รับค่าจ้างในอาชีพของคุณเป็นเวลาอย่างน้อย 1,725 ชั่วโมงในระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือนนับจากวันที่เริ่ม JRE


ดู 830 ครั้ง0 ความคิดเห็น